OUR SUCCESS

To be the best. You must learn from the best.

เวทกา โชติจิรวุฒิ (แทม)


Now
QATAR AIRWAYS
Then
-
Name
เวทกา โชติจิรวุฒิ (Tam/แทม)

Qatar Airways Angel Jun 09 (Srilanka walk in)
My Testimonial, thank you Ajarn Aum and Perfect Angels

ความในใจจาก น้องแทม เวทกา โชติจิรวุฒิ ถึงอาจารย์อุ้ม


ในที่สุดวันนี้ก็เป็นวันของเราแล้ว (“,) เย้!!!

 

ตั้งแต่วันที่ได้รับ Congratulations Email จาก Qatar Airways(July 2, 2009)สายการบินในฝัน ห้าห้าห้า จวบจนถึงตอนนี้ แม้เวลาผ่านไปแล้วประมาณ 6วัน แต่ความรู้สึกดีใจ ปลื้ม แบบว่านั่งยิ้มไปได้แบบไม่มีเหตุผลบวกกับอาการร่าเริงได้ถึงขีดสุดจนเรียกว่าบ้าก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเสมอๆ จนเพื่อนๆ น้องๆ รวมทั้งอาจารย์อุ้มยังสังเกตได้ว่า “ตั้งแต่แทมได้ Qatar Airwaysแทมมีปฏิกิริยาบ้า ฮาได้แบบเปลี่ยนไปจริงๆ” 

 

ถ้าจะย้อนไปถึงประสบการณ์ครั้งแรกสุด  ก็คงจะเป็นการสมัคร QR เมื่อประมาณ 4ปีที่แล้ว นานมากกกกก ตอนนั้นก็พยายามอย่างขีดสุดโดยการศึกษาด้วยตัวเอง ผลปรากฎว่าตกรอบ Finalซะงั้น แบบงงๆ โดยที่ไม่รู้ว่าสาเหตุจริงๆ มาจากอะไร

 

และแล้วความอยากเป็นแอร์ก็ผ่านเข้ามาในหัวสมองอีกครั้งตอนประมาณต้นปี  ก็คิดขึ้นมาได้ว่า เออ..แฮะ คราวที่แล้วเราก็เรียนรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ รวมทั้ง TCC  คราวนี้น่าจะมาทบทวนกระบวนการขั้นตอนอีกครั้งนะ  ก็เปิด TCC มา  ความหลังครั้งเก่าก็ผลุดขึ้นมาทันที  แต่คราวนี้ส่วนที่แตกต่างจากเมื่อหลายปีก่อนก็เห็นจะเป็นคอลัมน์หรือกระทู้ที่เขียนว่า “อาจารย์อุ้มทำได้อีกแล้ว…. หรือ Break every record จนถึงประมาณว่า ทำลายสถิตินางฟ้าตะวันออกกลาง…”  อืมม์…เห็นทีแรกก็ยอมรับตามตรงว่าก็สะกิดใจนิดๆ  แต่ก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก  อ่านกระทู้ต่างๆ เรื่อยๆ มา  ข้อความที่หลายๆ คนกล่าวชมอาจารย์อุ้ม หรือให้ความสนใจอยากเรียนกับอาจารย์อุ้มก็มีมากขึ้น  เราก็รู้สึกตะหงิดๆ อยู่ในใจว่ามันน่าจะมีอะไรซักอย่างที่ทำให้คนร่ำลือกันได้ขนาดนี้  ก็เลยอ่ะ ลองคลิกเข้าไปตามลิงค์ที่เป็นความในใจของเหล่ากองทัพนางฟ้าของอาจารย์อุ้ม 

 

อ่า…แต่ก่อนจะคลิกเข้าไปก็ขอสารภาพความจริงของตัวเองเล็กน้อย ส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบภาษาอังกฤษมากตั้งแต่เด็กๆ เพราะคุณพ่อปลูกฝังให้ฟังเพลง ออกเสียง หรืออะไรต่างๆ จนทำให้รู้สึกชอบและสนุกในภาษาอังกฤษ ผลการเรียนภาษาอังกฤษอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ หน้าตาก็ไม่ได้เลวร้ายนัก ความสูงก็นะผ่านเกณฑ์แน่นอน เลยไม่เคยคิดว่าการเป็นลูกเรือจะยากเย็นแสนเข็ญขนาดนี้ แล้วก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเรียนเพื่อที่จะช่วยทำให้มีความพร้อมและรู้เทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้โดนใจกรรมการในแต่ละสายการบินได้โดยเฉพาะ “การยิ้ม” 

 

หลังจากที่คลิกเข้าไปอ่านความในใจของเหล่ากองทัพนางฟ้าอาจารย์อุ้ม  ความรู้สึกแรกเลยก็คือรู้สึกว่าทำไมน้องๆ หรือเพื่อนๆ ทุกคนชื่นชมอาจารย์คนนี้ขนาดนี้  อ่านไปเรื่อยๆ บวกกับสถิติที่สูงที่อาจารย์ทำให้นักเรียนติดปีกได้นับว่าประสบความสำเร็จมาก  ก็ยังนั่งอ่านไปเรื่อยๆ แต่ก็อ่านไม่จบซักทีเนื่องจากเยอะมาก เลยอยากข้ามมาดูตอนท้ายก็ได้อ่านเจอเอาประวัติของอาจารย์ก็เห็นว่าอาจารย์เป็น Purserได้เร็วที่สุดเพียง 1 ปีกับ 11เดือน เอ๊…ตอนนั้นยังไม่รู้แล้วก็ No Ideaมากๆ ว่า Purserคืออะไร ฮาฮาฮา จนกระทั่งเข้าไป Search ใน Googleก็จึงจะเข้าใจ

 

กลับไปนอนคิด 1วันว่าเราควรเรียนมั๊ย จำเป็นมั๊ย  ใจนึงคิดว่าไม่เห็นต้องเรียนเลยก็พยายามไปเรื่อยๆ เหมือนเมื่อครั้ง 4 ปีที่ผ่านมา  แต่อีกใจนึงเมื่อนึกถึงคำยกย่องต่างๆ ที่นักเรียนมีกับอาจารย์  ทุกคนมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน  จิตใจซึ่งปกติแข็งแกร่งมากก็เริ่มโน้มเอียงแบบบอกไม่ถูก รู้สึกว่าน่าจะต้องมีอะไรที่เด็ดจริงๆ เลยเกิดความรู้สึกประมาณว่าอยากลองของ (ลองในที่นี่คืออยากลองจริงๆ นะคะ  ไม่ใช่อยากทดสอบหรืออะไรแบบนั้น  เดี๋ยวอาจารย์เข้าใจผิด)  เห็นเบอร์โทรศัพท์มือถือที่โพสต์ไว้ด้วยก็เลยคิดว่าลองโทรไปพูดคุยปรึกษาอาจารย์ดูดีกว่า  รวมทั้งอยากรู้รายละเอียดต่างๆ  เนื่องจากที่อ่านมาในเว็บนั้นก็มีรายละเอียดย่อๆ ของแต่ละคอร์สซึ่งน่าสนใจมาก  อีกอย่างก็คิดไว้ว่ารู้ไว้ก็ไม่เสียหลาย  เลยตัดสินใจโทรเลย  ตื่นเต้นค่อนข้างมาก เพราะไม่รู้ว่าอาจารย์เป็นคนแบบไหน ดุมั๊ย  แต่ก็เสี่ยงด้วยความอยากรู้  โอ้โห…คำแรกที่ได้ยินอาจารย์พูดว่า “ฮัลโหล”คือแบบว่าเสียงเด็กดี บวกกับความ Energeticที่สัมผัสได้ แรกๆ ก็ปรึกษาอาจารย์ไป  อาจารย์ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีแม้ว่าแทมยังไม่ได้เป็นนักเรียนหรือเป็นศิษย์ของอาจารย์เลยก็ตาม  แต่อาจารย์ก็ให้ถาม หรือพูดคุยกับแบบเป็นกันเอง  คุยไปรู้สึกประทับใจมาก  ก่อนวางสายจำได้เลยว่าอยากเรียนมากๆ  แต่ยังไม่รู้ว่าจะเอาเวลาตอนไหนมาเรียนเนื่องจากงานยุ่งมากมาย  แล้วอาจารย์ก็พูดมาหนึ่งประโยคก่อนวางหูประมาณว่า “โอกาสมันมีอยู่แต่ถ้าเราไม่คว้าไว้  ไม่วิ่งไปหามัน  มันก็ไม่มีทางเป็นของเราได้นะ”  โอ้โห  โดนแบบจริงจัง  เตือนสติเราขึ้นมาเลยว่าเออแฮะ  ถ้ามัวแต่รอ รอ รอ แล้วเมื่อไหร่ไอ้สิ่งที่เราใฝ่ฝันจะเป็นความจริงซักทีล่ะ  เท่านั้นแหละ โทรกลับไปหาอาจารย์ทันทีแบบไม่ต้องคิดว่าอยากเป็นลูกศิษย์อาจารย์ ณ บัดนั้นเลย  ซึ่งคิวก็เต็มได้อีก โอ้โห นักเรียนสมัครกันล่วงหน้าเป็นเดือน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

 

อิอิ เพิ่งสังเกตได้ว่ายิ่งเขียนยิ่งยาวแล้ว  คงต้องสรุปอะไรให้สั้นลงบ้าง  แต่ขอบอกว่าเรื่องราวที่ตัวเองได้สัมผัสตั้งแต่วันที่เข้ามาเรียนกับอาจารย์มีมากมายจริงๆ  ซึ่งแต่ละเรื่องเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าสุดๆ  ทีแรกก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอาจารย์เลย แต่ขอบอกตรงนี้เลยค่ะว่าหลังจากที่เรียนมา 2 วันแรก กลัวแบบไม่อยากสบตาเลยค่ะ  แต่เป็นเพราะอาจารย์สวย  ก็เลยทำให้แบบว่ามองแล้วเพลิน 555  แล้วก็สายตาอันโตของอาจารย์ก็ยังดุได้อีก  ทำให้เข้าใจเลยว่าถ้าอยู่กับอาจารย์ได้แบบโอเค  ไปเจอกรรมการจริงๆ ก็จะไม่รู้สึกตื่นเต้นเลยเป็นยังไง  สิ่งที่ประทับใจที่เกิดขึ้นจากการเข้ามาเป็นหนึ่งในสมาชิก “We’re Perfect Angels by Ajarn Aum” ของอาจารย์บอกได้เลยว่าอาจารย์เอาใจใส่ทุกคนอย่างเป็นจริงเป็นจัง  ใส่ใจรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ติชมแบบตรงๆ เพื่อให้ทุกคนแก้ไข  จำได้เสมออาจารย์มักพูดว่า “พวกแกให้ชั้นว่าตอนนี้  ก็ดีกว่าตอนไปเจอกรรมการจริงๆ  ซึ่งกรรมการเค้าจะไม่ว่าอะไรพวกแกเลย  แต่ให้แกตกได้ทันที”  ว้าว..จำได้เลยค่ะ แล้วก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วยอย่างแรง  ที่สำคัญไปกว่านั้นอาจารย์สอนให้หนู “ยิ้ม” เป็น  และยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติจนทุกวันนี้สามารถยิ้มได้แบบทั้งวี่ทั้งวัน  จริงๆ แล้วเป็นคนหน้าตาไม่ค่อยรับแขกค่ะ หมายความว่าถ้าอยู่โดยทั่วไปก็ค่อนข้างหน้าบึ้ง  รู้เลยว่าตรงนี้ก็เป็นจุดบอดของตัวเอง  การเข้ามาเรียนครั้งนี้ทำให้รู้ว่ารอยยิ้มเนี่ยสำคัญขนาดไหน  ยิ้มจนปากสั่น หงึก หงึก ขากรรไกรค้าง  เมื่อยกรามกันไปเลยเป็นวันๆ  แต่ขอบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ให้ประโยชน์แค่กับการสมัครเป็นลูกเรือ  แต่มันจะทำให้เราติดนิสัยที่แจกรอยยิ้มให้กับทุกคนได้อย่างง่ายดาย  สถานการณ์ทุกอย่างก็ดีขึ้นได้อย่างน่าแปลกใจเลยแค่เพียงรอยยิ้มของเรา  นอกจากจะเป็นครูแล้ว  อาจารย์ยังให้คำปรึกษาได้ในทุกเรื่อง และตลอดเวลา ไม่ว่าเช้า สาย บ่าย เย็น ดึก  อาจารย์ไม่เคยปิดมือถือหนีนักเรียนเลยแม้ซักครั้ง  มีครั้งนึงท้อมาก คิดว่าสงสัยเราคงไม่เหมาะกับอาชีพนี้แล้วแหละ  ตอนนั้นประมาณ 4ทุ่ม  บอกตรงๆ ว่ารู้สึกเกรงใจมากๆ แต่คิดมาตลอดทั้งวัน  อยากถามอาจารย์ให้รู้กันไปเลย ถ้าไม่ใช่ จะได้เลิกกันไป  ตอนโทรไปอาจารย์ก็รับสายและให้คำปรึกษาอย่างดีจนเรารู้สึกว่าเราท้อไม่ได้นะ  ก็เลยสู้ต่อไป  อาจารย์ทุ่มเทให้กับการสอนในทุกๆ ครั้ง  มีเคล็ดลับ ทริคดีๆ เทคนิคต่างๆ ก็มาเล่า แบ่งปันให้ทุกคนได้รู้กันหมด  ไม่เคยเก็บเอาไว้คนเดียวเลย  นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์การเป็นลูกเรือที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงมาพูดคุยตลอด ได้รับรอยยิ้มและเสียงฮือฮากันแบบคาดไม่ถึงเลยทีเดียว  นอกจากความใส่ใจ เทคนิคเคล็ดลับต่างๆ ที่ขอยกนิ้วว่าสุดยอดแล้ว  อาจารย์ยังมีวิญญาณความเป็นครูที่สูงมากๆ  สูงจนกระทั่งหนูอึ้งไปเลย  มีอยู่ครั้งนึงเป็นการเรียน Qatar Intensiveซึ่งต้องเปิดการสอนกลุ่มเล็ก 5-6คน  อาจารย์ต้องติวและสอนตลอด  พูดอยู่คนเดียวตั้งแต่ 6โมงเย็นถึงตี 3  แต่ไม่เคยเลยที่จะเห็นสีหน้าเหนื่อย หรือเบื่อของอาจารย์  ตรงกันข้าม อาจารย์ยังพูด และยิ้มได้อย่างกระฉับกระเฉง  และคอยถามไถ่พวกเราเสมอว่าไหวมั๊ย  พวกเราก็ย้อนถามอาจารย์  อาจารย์ตอบว่า “ถ้าพวกเธอไหว ชั้นก็ไหว”  ตอนนั้นในความเป็นจริงเพื่อนๆ ตาหวานเยิ้มด้วยความง่วงไปแล้ว   แต่พอได้ยินอาจารย์พูดแบบนี้  บอกตรงๆ ว่าพวกเราก็สู้ขาดใจเช่นกัน  รุ่นนี้เลยได้รับสมญาว่ารุ่น “คูโบต้า” 

 

ทุกครั้งที่ผิดหวัง  ท้อ หรือมีปัญหา  อาจารย์จะให้คำแนะนำตลอด ไถ่ถามว่ามีอะไรเกิดขึ้นเพื่อจะช่วยวิเคราะห์และแก้ปัญหา  รวมทั้งปลอบใจและให้กำลังใจกับทุกคนตลอดเวลา  สิ่งสำคัญมากคือ อาจารย์ให้หนูได้รู้จักและเข้าใจคำว่า Positive Thinking อย่างจริงจังค่ะ หนูคิดบวกได้มากกกกกกขึ้นอย่างมากมายก็เพราะอาจารย์ให้แง่คิดและวิธีคิดเหล่านี้กับหนูค่ะ 

 

ขอบอกตามตรงว่าอีกสิ่งหนึ่งที่ได้รับนอกจากความรู้แล้ว  ก็คือ เพื่อนค่ะ  หนูไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเพื่อนที่น่ารักๆ ได้มากมายขนาดนี้  ขนาดที่ว่าเมื่อเราทุกข์  เค้าก็ทุกข์ไปกับเรา  ถ้าเราสุข เค้าก็ดีใจไปกับเรา  มันเป็นความรู้สึกที่บอกได้เลยว่าสุดยอดจริงๆ  พวกเรารักกันเหมือนพี่น้องเลยค่ะ หวังดีต่อกัน มีอะไรก็คอยแนะนำปรึกษากันตลอด แล้วก็คอยดูแลซึ่งกันและกัน  ไม่มีการแก่งแย่งชิงดี  อิจฉา ริษยา หรือแม้แต่จะเอาตัวรอดอยู่คนเดียว

 

หนูอยากจะขอขอบพระคุณอาจารย์อุ้มที่แสนน่ารักอีกครั้งนะคะที่ทำให้ความฝันของหนูเป็นจริงกับเค้าแล้วในวันนี้  จริงๆ ยังแทบไม่อยากเชื่อตัวเองอยู่เลย  แต่มันก็เกิดขึ้นได้และเกิดขึ้นแล้ว  อาจารย์ถ่ายทอดความรู้ เทคนิค ประสบการณ์แบบไม่อั้น  จากที่หนูเคยเงียบแล้วก็หน้าไร้อารมณ์เหมือนหุ่นยนต์  ยิ้มก็ยิ้มไม่เป็น แล้วก็ไม่คิดว่าจะยิ้มได้มากมายขนาดนี้  ตอนนี้หนูมีชีวิตแล้วก็พร้อมจะร่าเริงกับทุกสิ่งทุกอย่างแล้วค่ะ  คำติชมของอาจารย์เป็นแรงผลักดันให้กับหนูเสมอ  ดีใจมากๆ ค่ะที่วันนั้นได้โทรศัพท์มาหาอาจารย์  ไม่งั้นหนูก็คงจะไม่มีวันนี้และไม่ได้รับประสบการณ์ในทุกๆ ด้านที่เกินจะบรรยายได้ขนาดนี้จริงๆ   

 

Special Thanks… (“,)

  • อาจารย์อุ้ม ซึ่งให้ทั้งปีก QR ที่หนูใฝ่ฝันอยากคว้ามานาน  และแง่คิดในชีวิตที่นำมาปรับใช้ได้ตลอดชีวิต
  • คุณพ่อ และคุณแม่ของอาจารย์ ซึ่งให้กำลังใจแบบสุดชีวิต  ลุ้นไปกับทุกครั้งของการสมัคร ทำให้หนูรู้สึกอบอุ่นใจ  นอกจากนี้ท่านยังให้ความเอ็นดูและห่วงใยหนูเสมอมา
  • พี่โน๊ต ที่ทำให้หนูยิ้มได้บ่อยๆ โดยเฉพาะตอนที่พี่โน๊ตเข้ามาแสดงความห่วงใยอาจารย์อุ้มตลอด ฮาฮาฮา จริงๆ แอบอิจฉา อิอิ ไม่ใช่ค่ะ 
  • คุณพ่อคุณแม่ที่ให้กำเนิดมา  โดยเฉพาะคุณแม่ซึ่งให้ร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์จนหนูรู้สึกได้ถึงความไม่มีโรคว่าเป็นลาภอันประเสริฐเพียงใด  และความสมบูรณ์ของร่างกายและอวัยวะทั้ง 32  รวมทั้งตอนตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลค่ะ  อีกทั้งยังให้การอบรมสั่งสอนที่ดี  ทำให้หนูอยู่ในสังคมกับทุกๆ คนได้อย่างมีความสุข
  • คนน่ารักกับรถฮอนด้า ซีอาร์วี  ที่ให้กำลังใจเสมอแม้ในยามท้อแท้และเสียใจ และคอยเป็นห่วงเป็นใยเรื่อยมา
  • เหล่าผองเพื่อน ซึ่งถ้าจะเอ่ยนามก็คงไม่มีวันหมด  เพราะทุกคนคอยปลอบใจและให้กำลังใจเสมอมาไม่ว่าจะเป็นจิ๊ก แพร ดอย นิ๊ง หญิง ออย เบสท์ ปัณ ตาว โบว์ (เหม่งงงง 555 เอาตังค์มาด้วย เขียนชื่อแกแล้วนะ อิอิ ล้อเล่น) รวมทั้งเพื่อนที่ร่วมประสบการณ์ดีๆ ในกรุงโคลัมโบตามคอนเซปต์ “ไซล่า…Where are you?”  และที่ขาดไม่ได้เห็นจะเป็น CNN ตั๊กที่ให้ข้อมูลกับเพื่อนๆ อย่างละเอียดทุกครั้ง ไม่มีกั๊กเลยจริงๆ   ป.ล. ถ้าเอ่ยชื่อเพื่อนๆ ไม่หมดก็ไม่ต้องน้อยใจนะ เพราะว่าเค้ารักทุกคนเลย 555

 

สิ่งที่อยากบอกเพื่อนๆ

 

กำแพงเมืองจีนไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว อิอิอิ  (ยกเครดิตให้ความฮาของน้องขิม)  กว่าที่เราจะมาถึงจุดจุดนี้ได้ยอมรับว่าผ่านอะไรมามากมาย  ทั้งความผิดหวังและเสียใจ  แต่อยากให้ทุกคนที่กำลังพยายามทำตามฝันของตัวเองอย่ายอมแพ้  แน่นอนว่าทุกคนย่อมรู้สึกเสียใจหรือท้อแท้กับการที่ตัวเองยังไม่เป็นผู้ที่กรรมการเลือกซักที ไม่ว่าจะรอบไหนๆ ก็ตาม  แต่ในทางกลับกันอยากให้เพื่อนๆ เอาข้อบกพร่องต่างๆ เหล่านั้นมาปรับปรุงและฮึดสู้ต่อไป  เราเชื่ออยู่อย่างนึงนะว่า  “ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นย่อมดีเสมอ”บอกตามตรงว่าตอนแรกไม่เห็นด้วยกับประโยคนี้เลย  ก็คิดนะว่า “จะบ้าหรอ เวลาที่ตกรอบ ผิดหวัง มันจะดีได้ยังไง”  หลังจากนั้นลองคิดไปคิดมาด้วยเหตุผลจริงๆ ก็เห็นด้วยและรู้สึกว่ามันอยู่ที่มุมมองของแต่ละคนที่จะมองมันเท่านั้นเอง  หากจะทำอะไรซักอย่างแล้ว ขอให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด  อย่างน้อยเราก็จะไม่เสียใจว่าเราได้พยายามทำอย่างดีที่สุดแล้ว  ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนก้าวไปสู่ฝันที่ตนเองตั้งใจจะไขว่คว้ามาให้ได้  แล้วทุกคนก็จะรู้สึกได้เหมือนกับที่เรารู้สึกอยู่ในตอนนี้ว่านี่แหละมันเป็นวันของเราซักที  (“,)  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หนูขอความดีความชอบให้กับอาจารย์อุ้ม 1000% เลย  ที่ทำให้หนูรู้ข้อบกพร่องของตัวเองเพิ่มขึ้นอีกมากแล้วสามารถปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป  รวมทั้งข้อดีของตัวเรา ซึ่งทำให้เรากล้าและมั่นใจกับจุดแข็งเหล่านั้นของเรา  สู้ๆ ค่ะ เอาใจช่วยทุกคน

 

สุดท้ายขอฝากเพลง “When you believe” ไว้ให้กับเพื่อนๆ นะคะ (ขอบคุณน้องบัวมากๆ ที่ส่งมาให้กำลังใจกันในวันที่ท้อแท้และเสียใจ)

 

Many nights we've prayed…With no proof anyone could hear
In our hearts a hopeful song…We barely understood
Now we are not afraid…Although we know there's much to fear
We were moving mountains long…Before we knew we could
There can be miracles, when you believe…Though hope is frail, it's hard to kill
Who knows what miracles you can achieve…When you believe, somehow you will
You will when you believe…In this time of fear
When prayers so often prove(s) in vain…Hope seems like the summer birds
Too swiftly flown away…Yet now I'm standing here
My heart's so full I can't explain…Seeking faith and speaking words
I never thought I'd say…Who knows what miracles, you can achieve
When you believe, somehow you will…You will when you believe

 

รักและเคารพอาจารย์อุ้มมากๆ ค่ะ จุ๊บจุ๊บ

 

.ล.หนูอยากให้อาจารย์หาเวลาพักผ่อนด้วยนะคะ เพราะอาจารย์ทำงานหนักมากๆ บางคืนไม่ได้นอน ซึ่งก็เพื่อพวกเราทุกคนนั่นเอง บางครั้งก็อดเป็นห่วงอาจารย์ไม่ได้ค่ะ สิ่งนึงที่หนู confirmได้ก็คือไม่ว่าอาจารย์จะเหนื่อยขนาดไหน อาจารย์ก็ยังสวยเด้งอยู่ตลอดเวลา แล้วก็แบบอึดสุดๆ จนทุกคนเห็นแล้วยังละอายใจ 555  ยังไงอาจารย์ก็ส่งเพื่อนๆ มาอยู่โดฮากันมากๆ นะคะ เอาให้แบบโดฮาแตกไปเลย หนูรู้ดีค่ะว่าอาจารย์ต้องส่งมาอีกเยอะๆ แล้วก็เรื่อยๆ แต่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพคับแก้วแน่นอนค่ะ

 

Caring Tam

smiley น้องแทม smiley

เวทกา โชติจิรวุฒิ

Qatar Angel

 

หนูอยากจะขอขอบพระคุณอาจารย์อุ้มที่แสนน่ารักอีกครั้งนะคะที่ทำให้ความฝันของหนูเป็นจริงกับเค้าแล้วในวันนี้  จริงๆ ยังแทบไม่อยากเชื่อตัวเองอยู่เลย  แต่มันก็เกิดขึ้นได้และเกิดขึ้นแล้ว  อาจารย์ถ่ายทอดความรู้ เทคนิค ประสบการณ์แบบไม่อั้น

by เวทกา โชติจิรวุฒิ